ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงและแรงบันดาลใจในการสร้างความแตกต่าง

จากการที่สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข-แมวได้รับความนิยมในหมู่คนโสด คู่สมรสที่ยังไม่มีบุตร ผู้สูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถือว่ากล้ามากพอที่จะควักเงินในกระเป๋าครั้งละจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้าให้แก่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่เลี้ยงประหนึ่งคนในครอบครัว ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เห็นได้ว่า ตอนนี้มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงผุดขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล อาหาร รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัขและแมวดีไซน์เก๋ ร้านกาแฟที่พาสัตว์เลี้ยงไปชิลด้วยได้ บริการเพ็ทแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ฯลฯ

อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระแสการเติบโตของตลาดนี้จะดูรุ่งโรจน์สดใส แต่การจะเริ่มทำธุรกิจด้านเพ็ทแคร์นั้น ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านก่อน ทั้งนี้เพื่อป้องการการเพลี่ยงพล้ำเจ็บตัวจากการลงทุน โดยปัจจัยเกี่ยวข้องที่ว่ามีดังต่อไปนี้

1. ควรมีที่ปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจ การธนาคาร บัญชี และนักวิชาการสัตว์เลี้ยงด้วย นอกจากนั้นควรอ่านหนังสือ เข้าฝึกอบรม ดูงานร้าน pet shop ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนเปิดร้านจริง

2. เลือกทำเลเปิดร้านอย่างระมัดระวัง โดยคุณต้องแน่ใจว่า ทำเลที่เลือกนั้นมีความเหมาะสมต่อการค้าขาย บางคนอาจใช้ที่บ้านของตนเองก็ได้ (เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่า-ค่าเซ้ง) ซึ่งถ้าหน้าร้านอยู่ในทำเลที่มีคนผ่านไปมามากแล้ว ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ถ้าอยู่ในซอยลึกๆ ก็คงขายได้แต่คนแถวๆ นั้น

3. วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร ดูคู่แข่งว่ามีมากน้อยแค่ไหน ลูกค้าของคุณเป็นใคร แล้วคุณจะตัดสินได้ว่าควรทำตลาดในระดับใด (วางตำแหน่งทางการตลาดของตนไว้ที่ไหน) เพื่อจะได้สร้างทางเลือกใหม่ๆ หรือสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

นอกจากปัจจัยทางธุรกิจข้างต้นแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ในการให้บริการแบบใหม่ และการออกแบบสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อเพิ่มมูลค่าและความแตกต่าง ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจเพ็ทแคร์ของคุณโดดเด่นมากขึ้น

Comments Off

ขั้นตอนการลงทุนธุรกิจเสริมสวยสุนัขให้ได้กำไรในปัจจุบัน

8

สำหรับการลงทุนธุรกิจเสริมสวยสุนัขหรือที่มักเรียกกันว่า “Dog Salon” อาจจะมองว่าธุรกิจนี้ เริ่มต้นได้ยากแต่ถ้าหากคุณใจรักสัตว์แล้วล่ะก็ ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป แล้วยิ่งในยุคนี้ สำหรับคนที่รักสุนัขแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าของสุนัขจะดูแลเอาใจใส่สุนัขตัวโปรดในเรื่องอาหารการกิน การฝึก สอนนิสัย สุขภาพและการป้องกัน รวมไปถึงการอาบนํ้าและการเสริมสวยสุนัขธุรกิจร้านเสริมสวยสุนัขจึงเกิดขึ้นจากความรัก ความเอาใจใส่ ตราบใดที่คนยังรักสุนัข ธุรกิจเสริมสวยสุนัขจะยังคงมีอนาคตที่สดใส ต่อไป อยากเปิด Dog Salon ต้องเป็นคนแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องมีใจรักสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข และรักการให้บริการมีความรู้เรื่องสุนัขดีพอสมควร เช่น สายพันธุ์ ต้นกําเนิดสุนัข รูปทรงสุนัข สภาพเส้นขนนิสัยและความดุร้าย สภาพอากาศที่เหมาะสมสําหรับการเลี้ยง ฯลฯ มีความรู้เรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ตัดแต่งขนสุนัขให้เหมาะสมกับสุนัขแต่ละพันธุ์ ผ่านการอบรมหลักสูตรเรียนตัดขนสุนัข และเมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้ว ผู้ที่จะดําเนินธุรกิจ ควรมีการฝึกฝนความรู้จริง เช่น สมัครเป็นช่างตัดขนสุนัขที่อื่นก่อนระยะหนึ่ง

เปิด Dog Salon อยากเพิ่มรายได้ช่องทางอื่นอีกสำหรับธุรกิจนี้ หลักๆ ก็คือการบริการอาบนํ้า ตัดแต่งขนสุนัข นอกจากธุรกิจหลักที่เป็นไปตามปกติแล้ว รายได้เสริมหรือธุรกิจเสริมยังมาจากการขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุนัข เช่น ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาด และสินค้าเกี่ยวกับการเสริมสวยให้สุนัข ทั้งแชมพู นํ้ามันชโลมให้ขนเงางาม นํ้ายากําจัดเห็บ หมัด เสื้อสําหรับสุนัขสายจูงสุนัข ขนมและของเล่นต่างๆ เช่น กระดูกปลอม ลูกบอล ฯลฯ สินค้าเหล่านี้ทําให้สีสันของร้านสะดุดตามากขึ้น ที่สําคัญผู้ประกอบการต้องมีความรู้เรื่องสินค้าที่ขายด้วยขายอาหารสุนัข Spa นวดตัวสุนัขบริการรับส่งสุนัขถึงบ้าน เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดการใช้บริการและเพิ่มรายได้ เริ่มต้นลงทุนอย่างไรธุรกิจเสริมสวยสุนัขสามารถแบ่งโครงสร้างการลงทุนเป็น 2 ส่วน คือ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและเงินทุนหมุนเวียน จํานวนเงินลงทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้ทําเลที่ตั้งของร้าน ถ้าผู้ประกอบการเป็นเจ้าของสถานที่เองก็สามารถลดต้นทุนค่าเช่าได้ แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่มีสถานที่ของตนเองค่าเช่าสถานที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนหมุนเวียน ค่าเช่าจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับทําเลว่าใกล้กลุ่มลูกค้าเพียงใด ขนาดของร้านว่าเล็กหรือใหญ่ โดยคํานึงถึงจํานวนลูกค้าที่เข้ามารับบริการแต่ละครั้งและจํานวนช่างเสริมสวยสุนัขปกติธุรกิจนี้ไม่เน้นการตกแต่งที่หรูหรา แต่จะเน้นที่ฝีมือช่างและความสะอาดราคาและคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

Comments Off

ธุรกิจด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกสุนัข

สุขภาพที่ดีของลูกสุนัขเริ่มต้นจากสุขภาพที่ดีของแม่สุนัข โดยแม่สุนัขในช่วงให้นมสามารถสร้างน้ำนมได้ถึง 2-3 เท่าของน้ำหนักตัว ดังนั้นจึงมีความต้องการสารอาหารและพลังงานมากเป็นพิเศษ

ให้ความสำคัญกับความต้องการสารอาหารของแม่สุนัขในช่วงตั้งท้อง ช่วงให้นมและลูกสุนัขช่วงหลังหย่านม ดังนั้นจึงมีโปรแกรมอาหารสำหรับแม่และลูกสุนัขช่วงแรกเกิดและช่วงเจริญเติบโต โดยอาหารในช่วงนี้จะตอบสนองความต้องการพิเศษในช่วงสำคัญของชีวิต อาหารเป็นแหล่งของพลังงาน ช่วยสร้างและคงสภาพเซลล์ของร่างกาย เสริมสร้างทางเดินอาหาร ข้อต่อและป้องกันปัญหาที่จะเกิดเมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้น ดังนั้นอาหารจะต้องมีสารอาหารที่แม่นยำ และจะต้องมีปริมาณเหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละตัว

โภชนาการในช่วงเจริญเติบโตของลูกสุนัข
สารอาหารที่เป็นส่วนประกอบในอาหารแต่ละตัวจะมีประโยชน์เฉพาะ โปรตีน ไขมันคาร์โบไฮเดรต วิตามินและเกลือแร่ จะต้องครบถ้วนและสมดุล การได้สารอาหารที่ไม่สมดุล ปริมาณมากหนือน้อยเกินไปจะส่งผลต่อสุขภาพของลูกสุนัขในภายหลังได้ จะมีอาหารที่เหมาะสมกับช่วงอายุ สายพันธุ์ น้ำหนัก ความต้องการพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของสุนัขแต่ละตัว

การให้อาหาร
ลูกสุนัขในช่วงหลังหย่านม ควรให้อาหารวันละ 4 มื้อ โดยจำนวนมื้ออาหารที่ให้จะขึ้นอยู่กับอายุ โดยจะเริ่มต้นวันละ 4 มื้อ ค่อยๆลดเหลือ 3 มื้อและในช่วงกลางของการเจริญเติบโตจะลดเหลือประมาณ 2 มื้อและควรให้อาหารลูกสุนัขด้วนชามอาหารเดิม สถานที่เดิม เพื่อฝึกพฤติกรรมการกินอาหารที่ดีให้กับลูกสุนัข โดยทั่วไปปริมาณการให้อาหารจะขึ้นอยู่กับอัตราการเจริญเติบโตของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ ถ้าได้รับอาหารในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้ลูกสุนัขน้ำหนักมากเกินมาตรฐาน และอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับข้อกระดูกตามมา โดยเฉพาะลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ ดังนั้นจึงควรให้อาหารลูกสุนัขตามตารางปริมาณการให้อาหารที่แนะนำ

Comments Off

การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงก็มีส่วนคล้ายคลึงกับการเริ่มต้นธุรกิจอื่นๆ

9

พลวัตที่เกิดขึ้นกับครอบครัวในสังคมไทยที่เห็นชัดเจนในปัจจุบันคือ การปรับเปลี่ยนจากครอบครัวใหญ่ไปสู่ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น บวกกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยที่เต็มไปด้วยการเผชิญการแข่งขันที่สร้างแรงกดดันพอสมควรอีกทั้งทัศนคติของคนยุคใหม่ได้เปลี่ยนไป คือแต่งงานช้าลงหรือเป็นโสดมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น เนื่องด้วยการเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ที่สามารถช่วยผ่อนคลายความเหงาและลดความเครียดที่เกิดขึ้นให้ลดน้อยลงได้ และด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงก็ได้ผูกใจคนเลี้ยงจนต้องให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่เป็นเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงได้เกิดขึ้นมากมาย เช่น สถานที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล อาหารสัตว์ รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิก ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัขหรือแมวดีไซน์แปลกใหม่ ร้านสปา หรือ Café ที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงแสนรักเข้าด้วยได้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร เป็นต้น

ในปัจจุบัน ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดประมาณ 22,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 10-15 ต่อปี โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกินส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ ธุรกิจบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (อาทิ โรงพยาบาล/คลินิก สปา อาบน้ำตัดขน โรงเรียนฝึก โรงแรม บริการฌาปนกิจ และบริการอื่นๆ) มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท และธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น เครื่องประดับต่างๆ เป็นต้น) มูลค่ากว่า 5,000 บาท จะเห็นได้ว่า ด้วยมูลค่าตลาดกว่าสองหมื่นล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจสัตว์เลี้ยง แต่จะเริ่มต้นแบบไหน หรือทำการตลาดแบบใดให้โดนใจผู้บริโภค ยังเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในการที่จะรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ก็มีส่วนคล้ายคลึงกับการเริ่มต้นธุรกิจอื่นๆ ที่จะต้องอาศัยองค์ประกอบในหลายด้านเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนที่ได้วางแผนไว้ ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งนอกจากจะมีความรักความชื่นชอบสัตว์เลี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังจะต้องมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการที่เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ

Comments Off

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์ในต่างประเทศ

ธุรกิจการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าทางการตลาดที่สูง และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อาหารสัตว์เลี้ยงต่างกับอาหารสัตว์เศรษฐกิจที่เร่งเนื้อให้เกิดผลผลิต เพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารแต่อาหารสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เจ้าของเขาต้องการให้สัตว์มีอายุยืนยาว อาหารต้องส่งเสริมสุขอนามัย นี่จึงเป็นประเด็นที่ทำให้สูตรอาหารของสัตว์สองแบบนี้ต่างกัน หัวใจหลักของอาหารสัตว์เลี้ยงจึงอยู่ที่การวิจัยและพัฒนาสูตรอาหาร

ตลาดหลักอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย คือ ญี่ปุ่น อเมริกา ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกที่สูง เพราะตลาดญี่ปุ่นมีมูลค่าการนำเข้ามากที่สุดในโลก ถึงแม้จะเน้นเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กก็ตาม ต่างกับประเทศอเมริกาที่เน้นเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ประเทศทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ มีการเติบโตที่น่าสนใจ เพราะเป็นตลาดใหญ่ ประชากรเยอะ และมีการขนส่งที่ทันสมัย

ประเทศอินเดียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ในด้านศาสนาทำให้มีข้อจำกัดที่มาก อีกทั้งชาวมุสลิมบางกลุ่มไม่นิยมเลี้ยงสุนัข แต่นับถือวัวของเขาเราก็ใช้วัวเป็นวัตถุดิบไม่ได้ส่วนเทรนด์สินค้า ดูได้จากร้านขายสินค้าสัตว์เลี้ยงได้เลย ทำให้อาหารแมวมีแนวทางการเติบโตมากกว่า

ประเทศจีนเป็นประเทศคู่แข่งที่สำคัญ มีศักยภาพด้านวัตถุดิบ และด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐด้านความปลอดภัยของอาหาร ทำให้ปีที่ผ่านมาประเทศจีนมีศักยภาพที่ดีมาก ถึงแม้จะยังไม่เติบโตเต็มที่ เพราะมีกลไกภาษีสัตว์เลี้ยงซึ่งถือเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้อุตสาหกรรมโตเต็มที่ แต่ภาครัฐเขากำลังปรับลดภาษีลงอยู่ ถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นสำหรับไทย

แนวทางการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์ต้องอาศัยนโยบายการลงทุนที่สนับสนุน ในด้านการวิจัยและพัฒนา ในตอนนี้เราเป็นผู้ส่งออก 5 อันดับแรกของโลก แต่ในไทยกลับยังไม่มีการเรียนการสอนด้านโภชนาการอาหารสัตว์เลี้ยงโดยตรงเลย นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคด้านวัตถุดิบในการผลิตที่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศและเสี่ยงติดโรค เช่น เนื้อวัวที่นำมาผลิต ตอนนี้เรายังต้องนำเข้าจากนิวซีแลนด์และออสเตรเลียที่เสี่ยงมีโรคระบาดตามมา ทางด้านโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงจึงควรออกฉลาก และทำการโฆษณาให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจ

Comments Off