ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เติบโตมากขึ้น

ด้วยสภาพครอบครัวในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อนหย่อนใจและเอาไว้เฝ้าบ้าน ทั้งความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็ได้ผูกใจคนเลี้ยง จนต้องให้ความดูแลเอาใจใส่เหมือนหนึ่งสมาชิกครอบครัว

catanddog1

ตอนนี้มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงผุดขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล อาหาร รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัขและแมวดีไซน์เก๋ ร้านกาแฟที่พาสัตว์เลี้ยงไปชิลด้วยได้ บริการผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ฯลฯ

นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำหรับสัตว์เลี้ยง ได้ออกแบบสินค้าที่เอาใจสัตว์และคนเลี้ยงมากขึ้น เช่น เปลญวนสำหรับแมว  เบาะนอนรูปตักคน และเตียงนอนสัตว์รูปกระเป๋าเดินทาง การใช้ความคิดสร้างสรรค์ผนวกกับความเข้าใจและใส่ใจในพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง ทำให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของทั้งสัตว์และคนเลี้ยงได้อย่างเหมาะเจาะ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มความแตกต่างและมูลค่าให้กับสินค้าอย่างได้ผล

ธุรกิจโรงแรมและสปาสำหรับสุนัขก็เป็นอีกธุรกิจสร้างสรรค์ที่นิยมกันมาก โดยนำเอาการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ที่มีพื้นที่จำกัดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ต้องการดูแลใส่ใจกับสุขภาพของ สัตว์เลี้ยง มาสร้างสรรค์ให้เกิดธุรกิจที่เป็นประโยชน์ เช่น Mile High Pet Care Spa หนึ่งในสปาสำหรับสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ ที่มีการให้บริการสระว่ายน้ำ สนามหญ้าวิ่งเล่น ที่มีผู้ดูแลใกล้ชิด สปานวดผ่อนคลายสำหรับสัตว์เลี้ยง และบริการโรงแรมสำหรับฝากสัตว์เลี้ยง

อีกหนึ่งไอเดียสร้างสรรค์ที่น่าสนใจคือ โรงแรมปลาทองแห่งแรกของโลก Goudvissen Hotel ซึ่งเปิดให้บริการที่สนามบิน Schipho เมืองอัมสเตอร์ดัม เมื่อถึงเวลาเดินทาง คุณสามารถนำปลาทองไป “เช็กอิน” ที่เคาน์เตอร์ของโรงแรม จากนั้นปลาทองแต่ละตัวจะได้อาศัยในอ่างปลาเล็ก ๆ ส่วนตัวที่เหมือนกับห้องพักโรงแรม และมีบริการให้อาหารครบทุกมื้อ โดยระหว่างนั้น คุณก็ท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกังวล ธุรกิจนี้เอาความรู้สึกของลูกค้าที่เป็นห่วงสัตว์เลี้ยงเวลาเดินทางไกล มาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นธุรกิจยอดนิยม

การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการให้บริการแบบใหม่ ประกอบด้วยการ เอาใจใส่ เพิ่มความแตกต่าง และนึกถึงความต้องการของผู้บริโภคนั้น ทำให้ธุรกิจโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและธุรกิจได้อย่างดีเลยทีเดียว

 

 

ธุรกิจร้านเสริมสวยสุนัขเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่เกี่ยวกับสัตว์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

105509194_328

ธุรกิจสัตว์เลี้ยง เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองคนรักสัตว์โดยเฉพาะ สุนัข อันเนื่องมาจากไลฟ์สไตล์การเลี้ยงสุนัขของคนไทยที่เปลี่ยนไป คือเลี้ยงสุนัขเหมือนสมาชิกในครอบครัว สำหรับการลงทุนธุรกิจ เสริมสวยสุนัข อาจจะมองว่าธุรกิจนี้ เริ่มต้นได้ยาก แต่ถ้าหากคุณใจรักสัตว์แล้วล่ะก็ ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป แล้วยิ่งในยุคนี้ สำหรับคนที่รักสุนัขแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าของสุนัขจะดูแลเอาใจใส่สุนัขตัวโปรดในเรื่องอาหารการกิน การฝึก สอนนิสัย สุขภาพและการป้องกัน รวมไปถึงการอาบนํ้าและการเสริมสวยสุนัข

ธุรกิจร้านเสริมสวยสุนัขจึงเกิดขึ้นจากความรัก ความเอาใจใส่ ตราบใดที่คนยังรักสุนัข ธุรกิจเสริมสวยสุนัขจะยังคงมีอนาคตที่สดใส ต่อไป

อยากเปิด ร้านเสริมสวยสุนัข ต้องเป็นคนแบบไหน
- สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องมีใจรักสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข และรักการให้บริการ
- มีความรู้เรื่องสุนัขดีพอสมควร เช่น สายพันธุ์ ต้นกําเนิดสุนัข รูปทรงสุนัข สภาพเส้นขนนิสัยและความดุร้าย สภาพอากาศที่เหมาะสมสําหรับการเลี้ยง ฯลฯ
- มีความรู้เรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ตัดแต่งขนสุนัขให้เหมาะสมกับสุนัขแต่ละพันธุ์
- ผ่านการอบรมหลักสูตรเรียนตัดขนสุนัข และเมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้ว ผู้ที่จะดําเนินธุรกิจ ควรมีการฝึกฝนความรู้จริง เช่น สมัครเป็นช่างตัดขนสุนัขที่อื่นก่อนระยะหนึ่ง

เปิดร้านเสริมสวยสุนัข อยากเพิ่มรายได้ช่องทางอื่นอีก
สำหรับธุรกิจนี้ หลักๆ ก็คือการบริการอาบนํ้า ตัดแต่งขนสุนัข นอกจากธุรกิจหลักที่เป็นไปตามปกติแล้ว รายได้เสริมหรือธุรกิจเสริมยังมาจาก
- การขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุนัข เช่น ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาด และสินค้าเกี่ยวกับการเสริมสวยให้สุนัข ทั้งแชมพู
นํ้ามันชโลมให้ขนเงางาม นํ้ายากําจัดเห็บ หมัด เสื้อสําหรับสุนัข
- สายจูงสุนัข ขนมและของเล่นต่างๆ เช่น กระดูกปลอม ลูกบอล ฯลฯ สินค้าเหล่านี้ทําให้สีสันของร้านสะดุดตามากขึ้น ที่สําคัญผู้ประกอบการต้องมีความรู้เรื่องสินค้าที่ขายด้วย
- ขายอาหารสุนัข
- Spa นวดตัวสุนัข
- บริการรับส่งสุนัขถึงบ้าน เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดการใช้บริการและเพิ่มรายได้

ธุรกิจเสริมสวยสุนัขสามารถแบ่งโครงสร้างการลงทุนเป็น 2 ส่วน คือ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและเงินทุนหมุนเวียนจํานวนเงินลงทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้

- ทําเลที่ตั้งของร้าน ถ้าผู้ประกอบการเป็นเจ้าของสถานที่เองก็สามารถลดต้นทุนค่าเช่าได้ แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่มีสถานที่ของตนเองค่าเช่าสถานที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนหมุนเวียน ค่าเช่าจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับทําเลว่าใกล้กลุ่มลูกค้าเพียงใด
- ขนาดของร้านว่าเล็กหรือใหญ่ โดยคํานึงถึงจํานวนลูกค้าที่เข้ามารับบริการแต่ละครั้งและจํานวนช่างเสริมสวยสุนัข
- ปกติธุรกิจนี้ไม่เน้นการตกแต่งที่หรูหรา แต่จะเน้นที่ฝีมือช่างและความสะอาด
- ราคาและคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

หากคุณมีใจรักสุนัข และอยากจะมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่คุณจะเริ่มต้นมันค่ะ

มองโลกในแง่ลบเพื่อค้นหาจุดบกพร่องในธุรกิจ

Opportunity

คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับความสำเร็จในการเป็นเจ้าของกิจการ และในชีวิตก็คีอ การมองโลกในแง่ดี ผู้ที่มองโลกในแง่ดีมีความคาดหวังในความสำเร็จที่ไม่ตั้งอยู่บนความจริง ด้วยผลอันนี้ พวกเขาเต็มใจที่จะลองทำสิ่งต่างๆ มากมายหลายหลากโดยไม่มากไปกว่ากำลังใจตัวเอง นอกจากนั้นเนื่องจากการที่พวกเขามีทัศนคติใทางบวกอย่างไม่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลุยไปข้างหน้าได้อย่างยาวนานกว่าคนทั่วๆ ไป การมองโลกในแง่ดีเป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเท่าที่มนุษย์จะพึงมี เรื่องของโทมัส อัลวา เอดิลัน ที่คิดหลอดไฟฟ้าสำเร็จเป็นคนแรกของโลก ยังคงเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกพูดถึง และที่พูดถึงไม่ใช่เรื่องหลอดไฟฟ้าที่เขาค้นพบ แต่เป็นเรื่องของการมองโลกในแง่ดีที่ทำให้เขาได้พบกับความสำเร็จที่ยิงใหญ่ในชีวิต ในช่วงที่เขายังไม่ค้นพบความสำเร็จนี้ มีคนถามเขาว่า ทำไมยังดื้อด้านทำการทดลองซ้ำๆ ซากๆ ที่น่าผิดหวังเหล่านี้ เขาตอบไปว่า ผมกำลังเดินทางไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จากการล้มเหลวหลายพันครั้ง เป็นเรื่องจริงที่ว่า ชีวิตของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้นมองโลกในแง่ดีเสมอ แม้ในวันที่ล้มเหลวก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ รวมถึงในกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเงิน คุณจำเป็นต้องเดินสายกลางกับการมองโลกในแง่ดี ด้วยการมองโลกในแง่ลบด้วย คุณต้องมีความกระตือรือร้นที่อยากเห็นการเติบโตของการลงทุน แต่คุณต้องมองแง่ร้าย คิดในทางวิพากษ์ สงสัย และดูว่ามีทางใดบ้างที่คุณจะสูญเงินได้เช่นกัน ผมมีวิธีคิดดีๆ ที่จะรับมือกับทุกช่วงสถานการณ์ของความสำเร็จมาฝาก

1. ลองฟังมุมมองที่เป็นลบ

ลองเสาะหา และฟังคนอื่นๆ ที่คิดลบกับไอเดียของคุณอย่างละเอียด มองหาคนที่คิดแบบลบ เพราะว่ามุมมองของพวกเขาอาจมีค่ามาก และสามารถรักษาทรัพย์ และเวลาของคุณไว้ได้ ทนายความ หรือหมออาจให้คำแนะนำเรื่องการลงทุนได้ หรือใครที่ชอบวิเคราะห์ก็อาจช่วยวิเคราะห์การลงทุนของคุณได้ มันจะทำให้คุณมีข้อมูลกลับไปทบทวนด้วย

2. ประเมินค่าอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อวิเคราะห์หรือมองในมุมมองแง่ร้าย หรือในแง่ลบแล้ว บางทีเราอาจจะพบข้อบกพร่องมากมายในการจะลงทุนของเรา มันอาจจะรักษาทรัพย์สินของเราไว้ได้เป็นล้านบาทในอนาคต คุณเองอาจคิดเชิงวิพากษ์เช่นนี้ได้เช่นกัน

3. เปิดความคิดจิตใจไหักวัางเอาไว้

แต่อย่าถูกครอบงำด้วยคนที่คิดในทางลบ หรือความคิดในทางลบของเรา แค่เอามุมมองมาใช้ร่วมพิจารณาเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่ลุดก็คีอฟังสัญชาตญาณของคุณ บางครั้งมันไม่มีเหตุผล ทว่ามันส่งผล มีตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอยู่คนหนึ่ง เขาทำธุรกิจที่ตลาดนัดสนามหลวง ในขณะที่คนอื่นเจ๊งนั้น เขาก็ไปขอความคิดเห็น ว่าทำอย่างไรธุรกิจถึงเจ๊ง (อันนี้เวลาไปถาม อย่าไปถามเค้าตรงๆ นะครับ) เขารับฟังอย่างกระตือรือร้น และเอาบทเรียนเหล่านี้มาเป็นจุดสำคัญในการตัดสินใจทำการค้า และในที่สุดบทเรียนลบๆ พวกนี้ที่ช่วยให้กิจการของเขารุ่งเรืองในที่สุด เพราะเขาไม่ทำซ้ำกับบทเรียนแบบนั้น เขาฉลาดที่จะเรียนรู้และวิเคราะห์ทุกอย่างด้วยตัวเอง

รวบรวมข้อมูลทางธุรกิจต่างๆ สร้างธุรกิจส่วนตัว